พระมหาคณาจารย์จีนสมาธิวัตร


พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร โพธิ์แจ้งมหาเถระ (พ.ศ. 2444-2529) อดีตเจ้าคณะใหญ่สงฆ์จีนนิกายรูปที่ 6 แห่งประเทศไทย เป็นพระสงฆ์ศิษย์เอกของท่านนอรา ริมโปเช จากวัดริโวเช แคว้นคาม ทิเบตตะวันออก เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2444 ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เป็นบุตรในตระกูลอึ้ง บิดาเป็นข้าราชการขุนพลทหารชั้นผู้ใหญ่ในราชวงศ์แมนจู มารดามีความเคร่งครัดศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนบรรพชา ท่านรับราชการเป็นนายทหารคนสนิทของอดีตประธานาธิปดีเจียง ไค เช็ค

    ด้วยบุญวาสนาที่มีมาแต่เดิม ท่านได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2470 ขณะเมื่อมีอายุ 26 ปีและได้ออกบรรพชา ณ วัดเช็งจุ้ยหยี่ ถ้ำประทุน จังหวัดสระบุรี มีฉายาว่า "โพธิ์แจ้ง" และในปี พ.ศ. 2477 ท่านได้เดินทางกลับประเทศจีนเพื่อเข้ารับการอุปสมบท ณ วัดญาณสถิตย์ (อารามฮุ่ยกื่อยี่) บนเขาป๋อฮั้วซัว มณฑลกังโชว และในปีเดียวกันนี้ ท่านได้เข้าถวายตัวเป็นศิษย์ของท่านนอรา ริมโปเช รองสังฆราชแห่งวัดริโวเชในทิเบต ซึ่งเนื่องจากเหตุผลทางการเมืองในช่วงขณะนั้นมีความจำเป็นต้องลี้ภัยมาอยู่ในประเทศจีนและได้เผยแผ่พระธรรมขั้นสูงของศาสนาพุทธทิเบตแก่สาธารณชนชาวจีนอย่างกว้างขวาง เมื่อพบกันครั้งแรก ท่านนอรา ริมโปเช ได้กล่าวไว้ว่า ท่านโพธิ์แจ้งเป็นนิรมาณกายของคุรุนาคราชุน กลับมาเกิดใหม่เนื่องจากมีภารกิจหน้าที่ในการจรรโลงพระพุทธศาสนามหายานในประเทศไทย จึงได้ทำพุทธมนตราภิเษกและถ่ายทอดคำสอนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดให้ อีกทั้งยังแต่งตั้งให้เป็นวัชราจารย์ผู้สืบทอดคำสอนของท่านอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมอบธรรมสมบัติและคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ให้มากมาย

    หลังจากที่ท่านเดินทางกลับมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2479 ท่านได้สร้างสำนักสงฆ์ หลับฟ้า ที่สะพานอ่อนและเริ่มรับลูกศิษย์เพื่อรับการถ่ายทอดบทปฏิบัติของพุทธทิเบตอย่างต่อเนื่องตลอดมา ในปี พ.ศ. 2490 ท่านได้ริเริ่มการก่อสร้างวัดโพธิ์เย็น ที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็นวัดจีนที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ผูกพัทสีมาเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งวัดโพธิ์เย็นแห่งนี้ได้รับการสร้างตามแบบศิลปะทิเบต มีการจารึกอักระคาถาเป็นภาษาธิเบตตามจุดต่างๆในบริเวณวัดอย่างพิศดาร อีกทั้งยังคงได้รับการรักษาอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2491 ท่านได้เดินทางไปยังประเทศจีนอีกครั้งตามคำเชิญของพระปรมัตตาจารย์เมี่ยวยิ้ว สังฆราชนิกายวินัยองค์ที่ 18 เพื่อเข้าพิธีรับมอบพระตำแหน่งเป็นพระปรมัตตาจารย์ประมุขนิกายวินัยองค์ที่ 19 สืบต่อจากท่าน

    ปี พ.ศ. 2503-2512 ดำเนินการก่อสร้างวัดโพธิ์แมนคุณาราม เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นวัดที่รวบรวมศิลปะไทย จีนและทิเบตเข้าด้วยกันอย่างงดงาม และเป็นศูนย์กลางการปกครอง การเผยแพร่ พระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์จีนนิกายในประเทศไทยและประเทศข้างเคียง

    ตลอดชีวิตของท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้ง ท่านได้สร้างคุณประโยชน์ต่างๆมากมายแก่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการแปลพระสูตร พระวินัยที่สำคัญสู่ภาษาไทย เพื่อให้พระภิกษุเชิ้อสายจีนได้ศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ท่านได้ช่วยเหลืออนุเคราะห์ผู้คนที่ตกยากมากมายในทุกๆรูปแบบ จนเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงจากคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะสมเด็จเถระนุเถระทุกพระองค์

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์และเลื่อนสมณศักดิ์ให้แก่ท่านถึง 7 ครั้ง 7 วาระด้วยกัน จนครั้งสุดท้ายก่อนมรณภาพ ท่านได้ดำรงสมณศักดิ์เป็น "พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร พุทธบริษัทจีนพิเนต วิเทศธรรมประสาท นวกิจพิลาสประยุกต์ ทำนุกจีนประชาวิสิฐ" เสมอด้วยพระราชาคณะชั้นธรรมพิเศษ ท่านจึงเป็นพระมหาเถระชาวต่างชาติรูปแรกที่ได้รับพระราชทานเกียรติสูงเช่นนี้